ขณะที่ฉันกำลังง่วนอยู่กับการพานายริวไปนั่งเล่นที่สวนหน้าบ้านเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์บ้าง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก มีใครอยู่ไหม มารับโทรศัพท์หน่อยยยย

เสียงโทรศัพท์ฉันก็ดังขึ้น

“ใครโทรมาน่ะ?” นายริวถาม

ฉันส่ายหัวเป็นคำตอบก่อนจะหยิบขึ้นมาดูแล้วพบว่าเป็น ยัยเอสเทล เพื่อนรักของฉันเอง โอ้ย ฉันละคิดถึงยัยเอสเป็นบ้าเลย!

“ตรงลงใครน่ะ?” เขาถามอีกครั้ง

“เพื่อนรักของฉันเองแหละ” ฉันตอบเขายังขัดใจที่มาเซ้าซี้

“ชื่ออะไรละ?” ริวถามอีกครั้ง

“นี่นาย อย่าถามเซ้าซี้นักสิ” ฉันโวย

“ก็บอกมาสิว่าชื่ออะไร” เขายังไม่ยอมแพ้ และขืนฉันไม่ตอบฉันก็คงไม่ได้คุยกับเพื่อนฉันเป็นแน่

“เขาเป็นเพื่อนสนิทของฉันที่เมืองไทย ชื่อ เอสเทล” ฉันว่า

“ผู้หญิง?”

ฉันพยักหน้าเป็นคำตอบก่อนจะรับสายยัยเพื่อนเลิฟ

“ฮัลโหล...ยัยเอส! แกนึกยังไงโทรมาหาฉันเนี่ย!” ฉันพูดด้วยความตื่นเต้นก่อนจะเดินออกห่างจากผู้ชายตรงหน้าเพื่อหาสถาที่ส่วนตัวคุยกับเพื่อนรัก

“มีเรื่องให้ช่วยนิดหน่อยน่ะ แฮ่ๆ” เอสเทลว่า

“นี่แก ถ้าไม่มีเรื่องให้ช่วยแกก็จะไม่โทรมาหาฉันใช่ไหม ยัยเพื่อนเลว!”

มันน่าจริงๆเลย ยัยเอสเทลนี่ใจคอถ้าไม่มีเรื่องให้ช่วยจะไม่โทรมาหากันบ้างเลยใช่ไหมเนี่ย!

“เออน่า...ช่วยนิดช่วยหน่อยก็ไม่ได้ ทำเป็นบ่นเป็นยายแก่ไปได้” ดู ดูยัยเอสพูดสิ

“นี่แกว่าฉันแก่หรอ?!” ฉันว่าอย่างงอนๆ

“ไม่ใช่แบบนั้น เข้าเรื่องเถอะ ฉันเปลืองค่าโทรศัพท์นะยะ”

“อย่างแกต้องกลัวเปลืองด้วยหรอฮะ แม่คุณหนูเอสเทลลลล” ฉันลากเสียงยาวอย่างล้อเลียน

ก็ยัยเอสเทลน่ะ บ้านจนซะเมื่อไหร่ พ่อเป็นถึงมหาเศรษฐีชื่อดัง แม่ก็เป็นผู้ดีเก่า ไม่อยากจะพูด ยัยนั้นน่ะ รวยจนไม่รู้จะเอาเงินไปไว้ที่ไหนแล้ว

“เมื่อก่อนน่ะ ไม่ต้องกลัว แต่ตอนนี้ต้องแล้ว! ไว้ฉันจะเล่าให้ฟังว่าเรื่องมันเป็นยังไง แต่ตอนนี้ แกช่วยฉันหาข้อมูลคนที่ชื่อ ยูสุเกะ ซีโร่ ให้ฉันหน่อยสิ” เธอพูดขึ้น

“นี่ยัยเอส เธอจะบ้าหรอ ฉันจะไปหาข้อมูลคนๆนั้นมาจากไหนละยะ!”

ยัยเอสต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ จะให้ฉันไปหาข้อมูลคนๆนั้นมาจากไหนเล่า!

“ก็เธอเป็น FBI เชียวนะ งานง่ายๆแค่นี้ก็ทำไม่ได้ โธ่...เธอไม่มีความสามารถก็บอกมาเถอะ”

ทำไมยัยนั้นต้องมาดูถูกฉันด้วยนะ ก็รู้ๆอยู่ว่าฉันไม่ชอบ ชิ ตอบตกลงก็ได้!

“ยัยเอส! ฉันหาให้เธอก็ได้!”

“ส่งเข้าเมล์ของฉันภายในวันนี้นะจ๊ะเพื่อนเลิฟ จุ๊บๆ”

และแล้วฉันก็รู้ตัวว่าฉันโดนยัยเพื่อนเลิฟอย่าง เอสเทล ตุ๋นเข้าให้แล้ว!

ยัยนั้นหลอกให้ฉันตกลงหน้าตาเฉยเลยๆ โอ้ยยย แล้วฉันจะไปหาข้อมูลคนๆนั้นจากไหนเนี่ย!

 

ฉันเดินกลับไปยังเก้าอี้ที่สวนหน้าบ้านที่ริวนั่งอยู่ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งแล้วถอนหายในเฮือกใหญ่

“เฮ้อออออออออออ”

“เป็นอะไรของเธอน่ะ ยัยบ้าแซฟไฟร์?” ริวว่า

“ฉันต้องทำงานแล้วละ เดี๋ยวฉันไม่เอาโน๊ตบุ๊คออกมานั่งทำงาน แล้วก็นั่งเป็นเพื่อนนายแล้วกัน” ฉันบ่นกระปอดกระแปด

 

โน๊ตบุ๊คถูกนำมาว่างบนโต๊ะ แล้วฉันก็เริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้ชายที่ชื่อ ยูสุเกะ ซีโร่

“เฮ้ย! นี่มันคุณ ซี นิ?!” ฉันตะโกนออกมาด้วยความตกใจ

“ไหน ขอฉันดูหน่อยสิ” ริวจับโน๊ตบุ๊คของฉันหันเข้าหาตัว แล้วพูดต่อว่า

“ทำไมงานของเธอถึงเกี่ยวกับไอ้ซี? งานอะไรทำไมต้องหาประวัติมันด้วย?”

“ก็ทางนั้นเขาให้หาข้อมูลของคนๆนี้นิน่า ฉันก็ไม่น่าที่ทำส่งสิ” ฉันตอบอย่างเลี่ยงๆ

“ก็...ก็ทาง FBI ไง” ฉันโกหก T^T โอ้ย ถ้าฉันบอกว่าเป็นเพื่อนฉันเรื่องมันก็ยาวน่ะสิ

“เธอไม่ต้องหาหรอก ฉันบอกให้ก็ได้ ถ้ามันเป็นงานของเธอจริงๆน่ะ” เขาเสนอ

“จริงหรอ?” *_* ดีจังๆ ฉันเองก็ขี้เกียจหาเหมือนกัน อิอิ

“จริงสิ...แต่มีข้อแลกเปลี่ยน” เขายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

“ข้อแลกเปลี่ยนหรอก งั้นฉันทำเองดีกว่า” ฉันว่า

ฉันไม่อยากไปเสี่ยงกับข้อแลกเปลี่ยนของอีตาริวหรอก

“ฟังก่อนสิว่าข้อแลกเปลี่ยนคืออะไรแล้วค่อยตัดสินใจ” เขาว่า

“แล้วมันคืออะไรละ?”

“เธอต้องไปเที่ยวเกาะเป็นเพื่อนฉัน”

“โอ้ย ข้อเสนอง่ายๆแค่นี้เอง โอเค ฉันไปด้วยก็ได้ แต่เมื่อไหร่ละ?”

แค่ไปเที่ยวเกาะด้วยเอง ดีเหมือนกันฉันจะได้ไปเที่ยวด้วย อยู่แบบนี้เบื่อจะตาย

“ไว้เธอเสร็จงานก็ได้”

“เสร็จงานนี้น่ะหรอ?!” O0O จะให้ไปหลังจากเสร็จงานนี้เนี่ยนะ

“ก็...ฉันหมายถึงให้ทุกอย่างมันเรียบร้อยน่ะ” เขาว่า

“โอเค ฉันตกลงรับข้อเสนอ” ^^

นายริวยิ้มอย่างมีเล่ห์นัย นี่ฉันโดนหลอกให้ตกลงอีกแล้วใช่ไหมเนี่ยยยยยย

 

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว นายริวบอกข้อมูลของเพื่อนอย่าง ซีโร่ ให้ฉัน และมันก็พร้อมที่จะถูกส่งไปยังคนที่ต้องการมันแล้วด้วย...

edit @ 25 Nov 2010 20:49:44 by ปaาnovu้oe

Comment

Comment:

Tweet