[Niyay]ตอนที่ 9 เรียกฉันว่า... [2]

posted on 25 Nov 2010 20:46 by little-goldfish in Niyay

ขณะที่ฉันและนายนาคามูละกำลังเดินอยู่ในลานจอดรถของสนามบินอยู่นั้น...ก็มีผู้ชายจำนวมมากมาล้อมฉันกับนายนาคามูละเอาไว้ พวกนั้นทุกคนใส่ผ้าปิดปากรูปกากบาทซึ้งเป็นสัญลักษณ์ของแก๊งไซเล้น...

งานช้างเข้าแล้วยังไงละ! แก๊งไซเล้นเป็นหนึ่งในแก๊งที่ได้ชื่อว่ามีอิทธิพลสูงมากแล้วลูกน้องแต่ละคนยังมีความสามารถมากอีกด้วย สำหรับฉันที่หัวเดียวกระเทียมลีบแถมยังไม่ได้เตรียมตัวมาในตอนนี้โอกาสชนะแทบจะเป็นศูนย์! จะทำยังไงดีถึงจะพานายนาคามูละหนีไปได้นะ?!

“ส่งกุญแจนั่นมา แล้วพวกเราจะปล่อยแกไป นาคามูละ” หนึ่งในนั้นพูดขึ้น

“ไม่มีทางซะหรอก ยังไงกุญแจนั่นก็จะไม่มีวันตกอยู่ในมือใครนอกจากฉัน!” นาคามูละประกาศ

คิดสิแซฟไฟร์ คิดแผนให้ออก...

“งั้นก็ตายตรงนี่แหละ!” คนที่คาดว่าน่าจะมีตำแหน่งสูงสุดในนั้นพูดขึ้น

“เดี๋ยวก่อน ถ้าพวกแกฆ่านายนาคามูละ พวกแกก็จะไม่มีวันรู้ว่ากุญแจนั่นอยู่ที่ไหน คิดดีแล้วหรอ...เซน...” ฉันพูดเพื่อยืดเวลาตายของนายนาคามูละ

“จำฉันได้ด้วยหรอ แซฟไฟร์..เพื่อนรัก?” คนที่มีตำแหน่งสูงสุดตอนนี้คือ เซน มือขวาของไซเล้น

เซน คือเพื่อนของฉันสมัยที่ฉันยังเรียนอยู่ปริญญาตรี เขาหายตัวไปอย่างลึกลับตอนปี2 แล้วฉันก็ได้มาเจอเขาอีกทีตอนที่ฉันทำงานให้กับ FBI และต้องไปตามล่าแก๊ง ไซเล้น

“ฉันจะไม่พูดกับนายเหมือนครั้งแรกที่เราเจอกันแล้วนะเซน แต่ปืนกระบอกนี้จะพูดกับนายแทน”

ฉันชักกระบอกปืนไปจ่อหน้าเซน

“จุ๊ๆๆ ไม่เอาน่าแซฟไฟร์” เซนพูดส่ายนิ้วชี้และหัวไปมา

“ฉันแค่ต้องการกุญแจนั่นไปให้หัวหน้า เธอไม่เกี่ยว อย่าทำให้ฉันต้องทำร้ายเธอเลย” เซนพูดต่อ

“ฉันจะไม่เกี่ยวได้ยังไง ในเมื่อฉันทำหน้าที่ปกป้องกุญแจ และ นายนาคามูละด้วย”

“ว้า...แย่จัง...ฉันไม่อยากทำร้ายเพื่อนน่ารักๆอย่างเธอเลย แต่ก็ช่วยไม่ได้” เซนว่าพร้อมกับปลายมีดที่บาดแก้มซ้ายของฉัน

ความรู้สึกเจ็บแปลบๆที่แก้มซ้ายมาพร้อมๆกับเลือดที่เริ่มซึมออกมาช้าๆ ฉันกัดริมฝีปากแน่น...

ตอนนี้เราทำอะไรบู่มบ่ามไม่ได้ไม่งั้นนาคามูละแย่แน่...

ยังไม่ทันที่ฉันจะคิดอะไรต่อ...นายนาคามูละก็จับเซนเป็นตัวประกันซะแล้ว =[]=”

“ถ้าไม่อยากให้ไอ้นี่ตายอย่าตามมา ยัยบ้า เธอมาอยู่หลังฉันนี่” นาคามูละพูด

เขาดึงฉันให้ไปอยู่ข้างหลังเขาพร้อมยังเอาปืนจ่อหัวของเซน

“ระวังหลังให้ฉันด้วยนะ” เขากระซิบ

พวกไซเล้นคนอื่นๆพากันยืนนิ่งไม่กล้าเข้าใกล้คงจะกลัวว่ามือขวาอย่างเซนจะเป็นอันตราย

ความจริงแล้ว คนอย่างเซนไม่น่าจะโดนจับง่ายๆแบบนี้...หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเขากำลังให้ความสนใจในบทสนทนากับฉันอยู่เลยไม่ทันได้ระวังตัว

เราเดินมาถึงรถอย่างปลอดภัย นาคามูละให้ฉันไปนั่งที่คนขับส่วนเขา ก่อนจะเข้ามานั่งเขาผลักเซนไปไกลก่อนจะยิงเข้าที่ขาแล้วรีบขึ้นรถและออกสตาร์ทหนีทันที

“เธอนี่ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ” เขาบ่นหลังจากขับออกมาได้สักพัก

“นี่ฉันเป็นห่วงความปลอดภัยของนายนะ ถึงได้ต้องคิดให้รอบครอบก่อนจะทำอะไรเสี่ยงอันตรายแบบนายน่ะ” ฉันบ่น

“ก็ไม่เห็นเสี่ยงสักหน่อย เห็นมะ เราก็กลับมาครบ 32” เขาว่าอย่างโอ่อวด

“ทำเป็นพูดไปเถอะ ถ้าพลาดขึ้นมาจะเป็นยังไง” ฉันว่า

“ก็ไม่ได้พลาดนิ เลิกพูดถึงมันเถอะ แซฟไฟร์”

“นายเรียกชื่อคนอื่นเป็นกับเขาด้วยหรอไง”                                  

เขาเรียกชื่อฉันงั้นหรอ? ทุกทีเอาแต่เรียก ยัยบ้าบ้างละ ยัยเพี้ยนบ้างละ ทำไมครั้งนี้ถึงเรียกชื่อได้นะ?

“ไม่เป็นมั้ง ยัยเพี้ยนเอ่ย!” เขาบ่น

นั่นไง ยังไม่ทันไรเลย กลับมายัยเพี้ยนอีกแล้ว เซ็ง!

“ชื่อฉันก็มีหัดเรียกบ้างสิ ตาบ้า!” ฉันโวย

“ทีเธอยังไม่เรียกชื่อฉันเลย” นายนั่นว่า

“ฉันก็เรียกนาย นาคามูละ เป็นประจำแหละ ไม่เหมือนนายหรอก เดี๋ยวก็ว่า บ้า เดี๋ยวก็ว่า เพี้ยน”

“ก็มันจริงไหมละ?” เขาถามหน้าตาย

“ไอ้บ้า!” ฉันด่าอย่าโมโห

“โอเคๆ ฉันเรียกชื่อเธอก็ได้ แต่เธอก็ต้องเรียกชื่อฉันเหมือกัน” เขาเสนอ

“ฉันก็เรียกชื่อนายอยู่ประจำอยู่แล้ว”

“เรียกฉันว่า ริว สิ”

ตึก ตัก ตัก ตึก

อะไรกันเนี่ย...ทำไมฉันรู้สึกคุ้นกับคำนี้จัง แล้วทำไมหัวใจฉันต้องเต้นผิดจังหวะด้วยเนี่ย!

“ก็ได้ ฉันจะเรียกนายริว แต่นายก็ต้องเรียกฉันว่า แซฟไฟร์ เหมือนกัน ตกลงไหม?”

“....”

“นี่ นายนาคามูละ เอ่ย ริว ทำไมไม่ตอบละ”

เนื่องจากสายตาของฉันยังจ้องไปที่ถนนจึงไม่ทันสังเกตริวที่ตอนนี้มีเลือดออกอยู่บริเวณสี่ข้าง

“ริว!!” ฉันตะโกนขึ้นอย่างตกใจ ก่อนจะเหยียบคันเร่งเพื่อไปให้ถึงบ้านโดยเร็ว

“ตาบ้าเอ้ย เห็นไหมละ พลาดจนได้” ฉันบ่นคนเดียวอย่างหัวเสีย

ก็ว่าแล้วอย่างเซนคงไม่โดนจับได้ง่ายๆหรอก แล้วก็เป็นอย่างที่คิด...

รถหรูจอดในคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว ฉันวิ่งลงไปตะโกนหาไซโตะให้มาช่วยดูอาการและตามหมอมาทันที

“ไซโตะ  ไซโตะ! แย่แล้ว ริวโดนแทง ตามหมอให้หน่อย!!!”

edit @ 25 Nov 2010 20:47:04 by ปaาnovu้oe

Comment

Comment:

Tweet