[Niyay] ตอนที่ 18 Bad Boy แห่ง L.A.

posted on 03 Jan 2011 21:39 by little-goldfish in Niyay

 “โวยวายอะไรเสียงดังดึกๆเนี่ย!!” ริวเปิดประตูเข้ามาในห้องของฉันพร้อมโวยเสียงดัง

“นายเข้ามาได้ยังไง!” ฉันร้องถาม

“ก็ห้องไม่ได้ล็อค...ทำอะไรเสียงดังมืดๆค่ำๆแบบนี้เนี่ย” เขาว่าพลางขยี้ตาแล้วเดินมานั่งบนเตียง

“ก็เจ้าของกุญแจคนสุดท้าย ที่นายบอกว่าเข้าถึงไม่ได้น่ะสิ” ฉันพูดแล้วนิ้วหน้าเล็กน้อย

“ฉันไม่ได้บอกเธอสักหน่อย ว่าคนที่ฉันบอกว่าเป็นเจ้าของกุญแจจะเป็นจริงๆ ฉันก็แค่สันนิฐานเฉยๆ อาจจะผิดหรืออาจจะถูกก็ได้ ไม่แน่คนที่เธอกำลังหาข้อมูลอยู่อาจจะไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลยก็ได้นะ” เขาพูดปลอบ

“แต่ลางสังหรณ์ฉันบอกว่าเกี่ยวนะ...” ฉันจ้องเข้าไปในจอโน๊ตบุ๊คที่เปิดหน้าข้อมูลของบุคคลปริศนานี่โดยในทุกๆช่องข้อมูลมีเพียงเครื่องหมายคำถาม

“ถ้ายังหาไม่ได้จริงๆ ก็เริ่มหาจากคนที่มีก่อนสิ” เขาเสนอ

“เอาแบบนั้นก็ได้” ฉันจัดการแยกคนที่ฉันรู้จักออกจากคนที่ฉันไม่เคยรู้จักมาก่อน ยัยเอสเทลก็เป็นหนึ่งในผู้ถือกุญแจด้วยหรอเนี่ย ไม่น่าเชื่อเลย ทำไมยัยนั้นไม่ยอมบอกฉันนะ

“คนนี้เธอรู้จักหรอ ถึงแยกมาใส่กลุ่มพวกฉันน่ะ?” ริวถือรูปภาพพร้อมข้อมูลของเอสเทลห้อยโตงเตงไปมา

“ฉันรู้จัก เพื่อนสนิทฉันเอง” ฉันตอบ

“เพื่อนสนิท? แต่ทำไมเด็กกว่าเธอ?” เขาถามอย่างสงสัย

“สงสัยอะไรนักหนาเนี่ย ฉันรู้จักกับเธอนอกมหาลัย แล้วไม่นานยัยเนี่ยก็เข้ามหาลัยเดียวกับฉันแล้วดั้นมาเป็นน้องรหัสฉันอีก เลยสนิทกันมากน่ะ แต่ด้วยความที่รู้จักกันมาก่อน เลยเหมือนเพื่อนกันมากกว่ารุ่นน้องรุ่นพี่ ก็แค่นั้นแหละ” ฉันอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเอสเทลให้เขาฟัง

“งั้นเรื่องเอากุญแจมาคงไม่ยากใช่ไหม?” เขาถาม ฉันพยักหน้าหงึกหงักเป็นคำตอบ

“นายแน่ใจแค่ไหนว่าคนพวกที่เหลืออีก 3 คนเนี่ย เป็นผู้ถือกุญแจจริงๆ” ฉันถามขึ้นเพราะไม่อยากให้การไปหาคนพวกนี้เสียเที่ยว แล้วไม่แน่อาจจะโดนหาว่าบ้าบอด้วย

“70% เพราะเท่าที่ดูๆ คนอื่นไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่คนที่ฉันมั่นใจว่ามีกุญแจแน่ๆ คืนลูกของคุณอาฮิเด แต่ตอนนี้ยังเป็นปริศนาอยู่”

“ถ้าเป็นคุณ ฮิเดกิ นายก็น่าจะไปคุยกับเขาได้นิ?” ฉันพูดพร้อมดวงตาที่เปร่งประกาย คนรู้จักกันทั้งนั้นจะไปยากอะไร จริงไหม? แต่ผิดคาด ริวส่ายหัวไปมา สีหน้าบ่งบอกถึงความหนักใจ

“ทำไมละ..?” ฉันถามเสียงอ่อย

“อาฮิเด ไม่เคยเล่าเรื่องลูกของเขาให้ใครฟังเลย แต่จากข้อมูล คุณอามีลูก 2 คนเป็นผู้หญิง 1 ผู้ชาย 1 นอกนั้นฉันไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้แม้แต่ชื่อของพวกเขาด้วยซ้ำ ทั้งๆที่ครอบครัวของฉันกับคุณอาสนิทกันมาก” เขาอธิบายความสัมพันธ์ประหลาดระหว่างครอบครัวของเขากับคุณฮิเดกิให้ฟัง

“อะไรกัน สนิทกันมากแท้ๆ แต่ไม่เคยพูดเรื่องลูกๆให้ฟังสักนิดเนี่ยนะ? แม้แต่ชื่อนายยังไม่รู้เลย” ฉันยกมือขึ้นมาก้ายหน้าผากอย่างเหนื่อยใจ

“เอาน่า...ยังไงซะคุณอาก็ต้องบอกเรื่องลูกของเขากับฉันสักวันอยู่ดี ฉันว่าเราเริ่มตามหา 3 คนที่เหลือกันดีกว่า มาหาข้อมูลเพิ่มกัน” เขาตบบ่าฉันเบาๆเพื่อเรียกให้กำลังใจ

“โรแรน ดาวิส หนุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง เจ้าของธุรกิจพันล้าน ดาวิส คอร์ออปเปอร์เลชั่น ในอเมริกา คนนี่ฉันว่าน่าจะเข้าถึงยากน่าดูเลย น่าจะข้ามไปก่อนนะ ไม่งั้นอาจจะเสียเวลาฟรีๆ” ฉันบ่นกระปอดกระแปดทันทีหลังจากที่อ่านประวัติสั้นๆของ โรแรน ดาวิส หนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่ครอบครองกุญแจ

“คงไม่ยากเท่าไหร่ ถ้ามีอะไรจูงใจได้” นายริวว่า

“ฉันว่าดูคนอื่นก่อนดีกว่านะ ดูๆแล้วน่าจะเจอตัวยาก ไว้ค่อยกลับมาหา นาย โรแรน อะไรนี่ก็ได้” ฉันยังคงคิดว่ายังไง นาย โรแรน อะไรนี่คงไม่ให้ใครเจอตัว หรือเข้าไปพูดคุยง่ายๆแน่นอน เพราะเขาเป็นถึงนักธุรกิจพันล้าน คงไม่อยากจะมาคลุดคลีกับพวกเราๆนักหรอก

“โอเค ถ้าเธอไม่อยากไปหาคนนี้ก่อนก็ได้ งั้นเรามาเริ่มด้วย ไมเคิ้ล เบ็นเน็ต เป็นไง?” เขาเสนอคนใหม่ทันทีที่รู้ว่ายังไงฉันก็ไม่ยอม

“โอเค เริ่มด้วย ไมเคิ้ล เบ็นเน็ต ก็ได้” ฉันตอบรับอย่างกระตือรือร้นเมื่อรู้ว่าเขายอมเปลี่ยนเป้าหมาย

“ห้ามเปลี่ยนแล้วนะ แซฟไฟร์” ริวพูดพร้อมจ้องฉันเขมง ฉันพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะเผยยิ้มกว้างให้เขาเป็นคำตอบ

“ไมเคิ้ล เบ็นเน็ต หัวหน้าแก๊ง Devil ฉายา Bad Boy แห่ง L. A. ไม่เคยหาเรื่องใครก่อน แต่ก็ไม่เคยแพ้ใครเช่นกัน” เขาอ่านประวัติย่อๆ ของ ไมเคิ้ล เบ็นเน็ต ให้ฉันฟัง

“แบดบอยหรอ? น่าสนุกแฮะ งั้นเราไป แอล.เอ. กันเล้ย!”

 

ณ ประเทศ Los Angeles (L.A.)

“นี่ริว...แล้วเราจะเริ่มจากอะไรละเนี่ย?” ฉันมองรอบๆตัว ที่นี่มีแสงสีเสียงมากมาย เสียงดนตรีดังอยู่รอบด้าน แล้วยังจะผู้คนที่เดินผลุกผล่านอีก

“จากข้อมูลที่หามาได้นะ...เขาบอกว่าส่วนมาก ไมเคิ้ล จะอยู่ที่บาร์ In Love แถวๆนี้แหละ” พูดจบริวก็เอื้อมมือมาจับมือฉันไว้ ฉันกระตุกมือเล็กน้อย แต่เขาหันมาก่อนจะพูดว่า

“เดี๋ยวก็หากันไม่เจอหรอก” ฉันก้มหน้าต่ำแล้วปล่อยให้เขาจูงมือฉันเดินไปยังบาร์ In Love หลายครั้งที่มือฉันเกือบหลุดออกจากมือของริว เพราะคนที่นี่แน่นหนามาก ยิ่งเดิมเข้าไปลึกแทนที่คนจะน้อยลง แต่คนกลับยิ่งเยอะขึ้นจนแทบจะไม่มีที่เดินอยู่แล้ว

ผลัก! ตุบ!

“นี่นาย! จะหยุดทำไมไม่บอกเล่า!” ฉันบ่นทั้งๆที่นั่งอยู่กับพื้น ใช่แล้ว ฉันล้ม ล้มก้นกระแทกกับพื้นอย่างแรงเลยละ!

“ใครใช้ให้เธอเดินไม่ดูทางกันละ” ริวพูดยิ้มๆ แล้วส่ายหัวน้อยๆ ก่อนจะหันหลังให้ฉัน =[]=”

“นี่นาย ไม่คิดจะช่วยฉันเลยใช่ไหมเนี่ย?!” ฉันโวยอีกครั้งที่เขาทิ้งฉันไปเฉยๆโดยไม่รับผิดชอบแบบนี้! อะไรกันตัวเองเป็นคนทำฉันล้มแท้ๆ แต่กลับเดินไปหน้าตาเฉยได้ไง

“อิอิ” เขาขำอีกครั้งแล้วยื่นมือออกมาฉุดให้ฉันลุกขึ้น แล้วเข้าสวมกอดฉันทันที

“นี่ปล่อยได้แล้ว ฉันลุกขึ้นมาแล้วเนี่ย” ฉันดันตัวของริวให้ออกห่าง แต่แรงของผู้หญิงอย่างฉันมีหรือจะไปสู้แรงผู้ชายอย่างนายริวได้

“ขอรางวัลหน่อยแล้วกันนะ” เขากระซิบข้างหูอย่างแผวเบา แล้วยังไม่ทันที่ฉันจะตอบอะไรเขาก็ชิงหอมแก้มของฉันที่ตอนนี้กลายเป็นสีชมพูอ่อนๆไปซะแล้ว เมื่อได้รางวัลสมใจอยากเขาก็ปล่อยฉันให้เป็นอิสระ

“นี่นาย!” ฉันชี้หน้าเขาอย่างคาดโทษ แต่ใบหน้าที่อมยิ้มนั้นกลับทำให้ฉันต้องก้มหน้าหลบอีกครั้ง นี่ฉันเป็นอะไรของฉันกันแน่เนี่ย? เขาจับมือของฉันแล้วเดินเลี้ยวเข้าไปในบาร์แห่งหนึ่ง ซึ้งฉันคิดว่าคงจะเป็นบาร์ In Love ที่เราตามหากันอยู่นั้นแหละ

“แซฟไฟร์ ช่วยฉันมองหา ไมเคิ้ล หน่อยสิ” เขากระซิบข้างหูของฉันก่อนจะ ยื่นรูปถ่ายของผู้ชายผมสีทองที่หล่อเอาการ แต่ดูยังไงก็รู้ว่านี่แหละ BAD BOY! และเมื่อฉันเงยหน้าขึ้นมา คนตรงหน้าของฉันก็คือผู้ชายในรูปที่ฉันเพิ่งจะดูไปเมื่อกี้! อะไรจะพอดีขนาดนั้น! ฉันกระตุกแขนเสื้อริวสองสามทีเพื่อเรียกให้เขามองคนที่เขาตามหา

“เอาไงต่อละ?” ฉันกระซิบถาม

“ก็เข้าไปขอคุยได้สิ จะไปยากอะไร” เมื่อพูดจบเขาก็ฉุดฉันให้เดิมตามเขาไปหาไมเคิ้ลทันที โดยไม่รอคำปฎิเสธของฉันแม้แต่น้อย

“บุกเข้าไปแบบนี้เสี่ยงเป็นบ้าเลย” ฉันพึมพำอยู่คนเดียว

ตอนนี้เราหยุดอยู่ตรงหน้า ไมเคิ้ล หน้าหน้าแก๊ง Devil หรือ Bad Boy แห่ง L. A.

“นี่! นายคือ ไมเคิ้ล Bad Boy แห่ง L. A. ใช่ไหม?”

edit @ 3 Jan 2011 21:52:10 by ปaาnovu้oe

Comment

Comment:

Tweet

สู้ๆ นะ รออ่านอยู่นะ
จู๊ฟๆ ^^

#1 By ... (82.20.154.238) on 2011-02-06 06:31